เวลาไม่เคยเดินรอคอยใคร สายน้ำไม่มีวันไหลย้อนกลับ และก็ต้องถึงวันที่ “สตีวี่จี” สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกองกลาง ลิเวอร์พูล นั้นได้ประกาศแขวนสตั๊คอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อย หลังจากออกไปค้าแข้งยังต่างแดนกับ แอลเอ แกแล็คซี่ เป็นเวลา 1 ฤดูกาลด้วยกัน
เจอร์ราร์ด ที่ปัจจุบันในวัย 36 ปี สร้างสถิติต่าง ๆ มากมายให้กับ ลิเวอร์พูล ตลอดระยะ 17 ปีในระดับอาชีพ รวมระยะเวลาถึง 25 ปีเต็ม โดยสถิติการเล่นกับ ลิเวอร์พูล ของเขานั้นถือว่าท่วมท้นเหลือเกิน ลงเล่นให้ลิเวอร์พูล 710 นัด เป็นตัวจริง 647 เกม เป็นกัปตันทีม 470 นัด และยิงได้ 186 ประตู
ทีมงานSBOBETคิดว่าสถิติหลายสิ่งที่เป็นตัวเลขของ เจอร์ราร์ด ที่น่าสนใจคือ เริ่มเตะให้กับทีมนัดแรกวันที่ 29 พฤศจิกายน 1998, ทำประตูแรกวันที่ 5 ธันวาคม 1999 และลงเล่นนัดสุดท้าย พร้อมกับยิงประตูสุดท้ายให้ทีมในวันเดียวกันคือ 24 พฤษภาคม 2015
การลงเล่นให้ทีมรวมทั้งสิ้น 470 นัด พาทีมชนะ 372 นัด เสมอ 167 และแพ้ 171 มีเปอร์เซ็นต์ชนะ 52.39 เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยทำประตูให้กับทีม 3.82 นัด/1 ประตู ในการลงให้ทีมรวม 57,629 นาที และยิงคู่แข่งได้รวม 65 ทีม ในการพบกับทีมต่างๆ 115 ทีม พร้อมกับเป็นอันดับ 5 ดาวซัลโวสูงสุดของทีม เป็นรองแค่ เอียน รัช, โรเจอร์ ฮันท์, กอร์ดอน ฮอดจ์สัน และ บิลลี่ ลิดเดลล์ เท่านั้น

ffffff
สำหรับการคว้าแชมป์ของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ประกอบด้วย แชมป์เอฟเอ คัพ 2 สมัย ในปี 2001 และ 2006, แชมป์ลีกคัพ 3 สมัย ปี 2001, 2003 และ 2012, แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2005, แชมป์ยูฟ่า คัพ 2001, แชมป์ซูเปอร์คัพ 2001, แชมป์คอมมิวนิตี้ชิลด์ 2006 นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลส่วนตัวอีกถึง 40 รายการ
ส่วนการไปเล่นให้ แอลเอ แกแล็คซี่ เขาลงไป 38 นัด ยิงได้ 5 ประตู และติดทีมชาติอังกฤษ รวมทั้งสิ้น 114 นัด ยิงได้ 21 ประตู และเป็นนักฟุตบอลคนเดียวที่ทำประตูได้ในนัดชิงชนะเลิศทั้ง ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก, ยูฟ่า คัพ, เอฟเอ คัพ และลีกคัพ
โดยทีมงานSBOBET ได้ถอดคำแถลงการณ์ของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด หลังจากประกาศแขวนสตั๊คเป็นทีเรียบร้อยแล้ว ด้วยวัย 36 ปี มีดังนี้
“จากการที่มีการคาดคะแนนกันไปต่าง ๆ นา ๆ ของสื่อมวลชน เกี่ยวกับอนาคตของผม และขอยืนยันตรงนี้ว่า อาชีพนักฟุตบอลของผมจบลงแล้ว ผมขอบคุณช่วงชีวิตของผมกับ 3 แห่ง นั่นก็คือ ลิเวอร์พูล, ทีมชาติอังกฤษ และที่แอลเอ แกแล็คซี่ ผมโชคดีมาก ๆ ที่ได้มีชีวิตค้าแข้งเช่นนี้ แต่ทุกสิ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีการสนับสนุนจากผู้คนมากมาย มากมายจริงๆ”
“แรกที่สุดคือ ผมขอบคุณทุกคนที่สโมสรลิเวอร์พูล ผมภูมิใจที่ได้ลงสนามในฐานะนักเตะ และการเป็นกัปตันทีมอยู่หลายปี ผมโชคดีที่เล่นกับนักเตะชั้นยอด ผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ ช่วงเวลาของผมที่แอนฟิลด์ มันมหัศจรรย์จริง ๆ”
“ที่ผมอยากจะขอบคุณเป็นพิเศษก็คือ สตีฟ ไฮจ์เวย์, เดฟ แชนนอน และ ฮิวจ์ แม็คออลีย์ ที่ให้ความเชี่อมั่นผมตั้งแต่ยังเด็ก และมอบเส้นทางให้ผมในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ มันคือฝันที่ได้รับการเติมเต็ม ขอบคุณแฟน ๆ ผู้น่าทึ่งของลิเวอร์พูล นั่นคือแรงบันดาลใจ เป็นพลังใจที่เหลือเชื่อมาก ๆ รวมไปถึงกองเชียร์ทีมชาติอังกฤษ และแอลเอ ที่มีความหมายต่อชีวิตผมมาก ๆ”
“ผมอยากขอบคุณ สจ๊วร์ต มาร์แชล เอเยนต์ของผมที่ดูแลผมตลอดชีวิตการเล่นฟุตบอลอาชีพ และผมโชคดีมาก ๆ ที่มีกลุ่มเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ตลอดชีวิต ผมอยากจะขอบคุณครอบครัวของผม ที่สนับสนุนทุกอย่างแบบไร้เงื่อนไขมาตลอด  ทุกคนอยู่เคียงข้างผมทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ไม่มีพวกคุณ ผมก็มีวันนี้ไม่ได้แน่นอน”
คนที่ลิเวอร์พูล ลงมติกันว่า หากจะนับ “ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแอนฟิลด์” จะมี บิลล์ แชงคลี่ย์, บ็อบ เพสลี่ย์, เคนนี่ ดัลกลิช และอีกหนึ่งชื่อคือ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ในรอบ 123 ปี ของสโมสร มีนักเตะท้องถิ่นมาอยู่ในที่นี่มากมาย แต่ไม่มีใครจะเป็นนักเตะสเกาเซอร์ของสโมสรได้ดีเท่ากับ “สตีวี่จี” อีกแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ ทีมงานSBOBETก็ไม่รู้ว่าจะมีนักเตะ ที่จะขึ้นมาเป็นตำนานสโมสร ที่เล่นให้กับทีมด้วยใจรักยิ่งแบบนี้ได้อีกนานขนาดไหน  หรือว่าอาจจะไม่มีอีกแล้ว
ในลูกหนังยุคธุรกิจครองโลกแบบนี้ …..

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *