หลังจบเกมที่ ทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทำเอาแฟนบอลที่อดตาหลับขับตานอนรอดูนั้นเซ็งไม่น้อย หลังบุกไปพ่าย บาเซิล 0-1 แม้ว่าทีมจะผ่านเข้ารอบก็ตาม
ทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของทีม นั้นจัดตัวผู้เล่นที่ส่งสำรองลงหลายตำแหน่ง โดยพักแข้งหลักอย่าง เนมานญ่า มาติช,อันโตนิโอ วาเลนเซีย, แอชลีย์ ยัง และ ดาบิด เด เคอา พลางให้โอกาสผู้เล่นที่ไม่ค่อยได้ลงสนามอย่าง ดาร์เมี่ยน, บลินด์ หรือ ลินการ์ด บ้าง เพราะต่อให้แพ้ก็ยังน่าจะเข้ารอบเป็นที่ 1 ของกลุ่มไม่ยาก
เกมนี้ มูรินโญ่ ปรับระบบการเล่นเล็กน้อยเป็น 4-3-3 วางมิดฟิลด์ตัวกลาง 3 คนแบบไม่มีหน้าต่ำแถมส่ง โรโฮ เป็นตัวจริงทันทีเหมือนต้องการให้เรียกความฟิตและปรับจังหวะให้กลับมาคุ้นเคยกับเพื่อนร่วมทีมเร็วๆ ซึ่งด้วยเงื่อนไขที่ขอแค่เสมอจะผ่านเข้ารอบต่อไปเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม หรือต่อให้แพ้ก็ไม่เสียหายอะไรมาก ผู้เล่นปีศาจแดงเลยเล่นแบบถนอมตัว และไม่เร่งเกมรุกมากนัก ผิดกับคู่แข่งที่ต้องชนะสถานเดียว ความมุ่งมั่นจึงแตกต่างกัน
ครึ่งแรกก็ยังดีๆ อยู่นะ ครองบอลมากกว่า และเกือบขึ้นนำหลายจังหวะ กระทั่งครึ่งหลังนั่นแหละที่ดันเน้นเกมรับมากไปจนเหมือนรอโดน แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือการถอด ป๊อกบา ออกไปทำให้รูปเกมเป็นรองมากขึ้นเรื่อยๆ
แม้ฟอร์มการเล่นโดยรวม ทีมงานSBOBET คิดว่าอาจะยังไม่ไฉไลนัก แต่พอเข้าใจในสถานการณ์ที่ได้เปรียบ ทั้งที่ผู้เล่นชุดนี้สามารถบุกใส่คู่แข่งได้นะ ถ้าคิดจะบุกซะอย่าง เพียงแต่ปอดแหก และแสดงเจตนาต้องการแค่เสมอมากไปหน่อยเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตามเกมนี้การได้เห็น ชายราชสีห์ นามว่า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่เจ็บไปนานถึง 7 เดือนได้กลับมาลงสนามอีกครั้งเป็นเกมที่ 2 ติดต่อกัน แม้จะเป็นเพียงตัวสำรอง แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีไม่น้อย ซึ่งนั่นหมายความว่าโอกาสที่เขาจะกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งนั้นเข้าใกล้เข้ามาแล้ว
ตอนนั้นหลายคนคาดว่าเส้นทางการค้าแข้ง ซลาตัน คงจบลงไปแล้ว แต่พวกเขาคิดผิด เพราะมันกลับช่วยให้ อิบราฮิโมวิช มุ่งมั่นกว่าเดิมในการกลับมาจากอาการบาดเจ็บ (หนัก) เขาตั้งเป้าหมายเอาไว้ในหัวเลยว่า ‘ต้องกลับมาสะสางงานที่ทำค้างไว้ให้สำเร็จ’
“ผมรู้สึกยินดีมากที่ผมสามารกลับมาวิ่งอีกครั้ง ทำในสิ่งที่เคยทำ และทำในสิ่งที่วิเศษเช่นนี้ ผมมีความหวังว่าผมจะสามารถกลับมาสวมรองเท้าฟุตบอลอีกครั้ง พร้อมกับทำงานอย่างหนักเพื่อกลับมาลงเล่นเกมที่ผมรัก ลงเล่นเกมที่ผมเล่นมาตลอดทั้งชีวิตและเกมที่มีความหมายต่อทุกๆสิ่งในชีวิต”
“ผมยินดีมากที่สามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีกครั้งหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมา” ซลาตัน เผยความในใจหลังจบเกมล่าสุด
ทีมงานSBOBET เชื่อว่าหลายคนอาจจะถอดใจไปแล้วหากต้องมาเจอสถานการณ์เดียวกับ อิบราฮิโมวิช แต่ด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ ด้วยหัวใจของยอดนักสู้ และด้วยความเป็นคนทะนงตนในศักดิ์ศรี ทำให้คำว่า ‘ยอมแพ้’ ไม่มีในพจนานุกรมของ ซลาตัน
ใช่ เขาระบุว่า ‘การยอมแพ้’ ไม่ใช่ทางเลือก และไม่เคยผ่านมาในหัวเขาเลยในตอนที่ต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บ สิ่งเดียวที่เขาคิดคือเร่งพยายามฟื้นฟูและกลับมาให้แข็งแกร่งกว่าที่ผ่านมา มันอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับ ซลาตัน ไม่ใช่ เพราะสิ่งเหล่านี้นอกจากจะเป็นความท้าทายในอาชีพยังเป็นตัวจุดเชื้อไฟแห่งความกระหายให้กับเขา
“ผมจะเป็นคนที่หัวแข็งมากๆยามที่ตนเองมีเป้าหมายให้พุ่งชน แน่นอน เป้าหมายของคือการกลับมาผงาดบนฟลอร์หญ้าสีเขียวอีกครั้ง และมันก็ผ่านไปได้ด้วยดี เมื่อผมตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งไปแล้ว ผมจะมุ่งมั่นมาก ผมจะทำมันในระดับ 200 เปอร์เซ็นต์ โดยจะไม่ให้ใครมาหยุดผมและไม่มีวันที่จะยอมแพ้”
ตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา อิบราฮิโมวิช ต้องต่อสู้กับตนเองทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ไหนจะเสียงวิจารณ์ต่างๆนานา หรือคำดูถูกหยามเหยียดว่าอายุเท่านี้แล้วจะกลับมาลงสนามได้อีกหรือ?
แต่สิ่งเหล่านั้นคือแรงผลักดันชั้นดีของ ซลาตัน เมื่อมาผสมรวมกับกำลังใจของคนรอบข้างทำให้มันเป็นแรงผลักดัน 200 เปอร์เซ็นต์ อย่างที่เขาระบุไป
“ถ้าผมต้องดำเนินไปเพียงลำพังผมไม่คิดว่าผมจะทำมันได้ ดังนั้นขอบคุณแฟนบอล, เพื่อนร่วมทีม, ครอบครัวของผม, โค้ช และ สโมสร ที่เชื่อใจผมและพวกเขาทราบว่าผมทำอะไรได้บ้าง ผมรู้สึกว่าได้พลังงานมาจากทุกคน พวกเขารักผมเหมือนเดิม ซึ่งมันคือพลังงานที่ผมให้กับตนเอง และสิ่งนี้ทำให้คุณก้าวเดินต่อไปเพราะนี่คือแรงกระตุ้น”
“แม้แต่ในช่วงอบอุ่นร่างกาย ผมกลับรู้สึกว่าแฟนบอลกำลังส่งเสียงเชียร์ผมอยู่ ทำให้ผมมีพละกำลังเพิ่มขึ้น ความรัก, แรงกระตุ้น คุณเพียงต้องการออกไปตรงนั้นและให้พวกเขากลับคืนไปบ้าง”
ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบาก ถึงตรงนี้ ซลาตัน มีหน้าที่ที่รอเขาอยู่นั้นคือการยกระดับและช่วยให้ทีมเดินหน้า งานที่ อิบราฮิโมวิช ทำค้างไว้มากองอยู่ตรงหน้า ซึ่งเขาต้องพยายามสะสางให้มันสำเร็จและลุล่วงไปได้ด้วยดีเหมือทที่เขากล่าวว่า
“สิงโตฟื้นฟูไม่เหมือนกับมนุษย์หรอกนะ”